
ปัจจุบันเมื่อผู้บริโภคอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น แบรนด์ต่างๆก็หันมาทำการตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น ทำให้มีการแข่งขันดุเดือด ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ชัดว่าบุคคลที่ยึดพื้นที่สื่อตามแพลตฟอร์มต่างๆ จะเป็นเหล่า Influencer หรือ KOL ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ต่างๆ สิ่งนี้เรียกว่า Influencer Marketing
Influencer Marketing คืออะไร ?
Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) คือ กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย มีชื่อเสียงในด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเผยแพร่เรื่องราวต่างๆบนโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์สามารถนำเสนอสิ่งต่าง ๆ เพื่อดึงดูดและจูงใจให้ผู้ติดตามคล้อยตามได้
Influencer Marketing เป็นกลยุทธ์ที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้ เพื่อสร้าง Brand Awareness ให้กับแบรนด์ กลยุทธ์นี้จึงคือการให้คนที่มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, Facebook, Tiktok, และอื่น ๆ มาโฆษณา เรียกความสนใจให้แบรนด์ของคุณ
แล้วการใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่กำลังมาแรงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จะเลือกใช้ Influencer ให้เกิดคุณภาพที่สุด ควรจะเลือกอย่างไรดีนะ?
วิธีเลือก Influencer ที่ใช่สำหรับแบรนด์คุณ
1.ต้องรู้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
สิ่งแรกที่แบรนด์ควรทำเลยคือการ ‘กำหนดกลุ่มเป้าให้ชัดเจน’ ต้องรู้ว่าแบรนด์กำลังต้องการสื่อสารกับคนกลุ่มไหน แล้วนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ว่าควรเลือก Influencer คนไหน เมื่อเลือก Influencer ได้แล้ว ต้องดูต่อว่าผู้ติดตามของ Influencer เหล่านั้น เป็นกลุ่มที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ อาจจะดูจากเรตการ์ดของ Influencer ซึ่งมักจะมีบอกแพลตฟอร์มของ Influencer นั้น และยังบอกสถิติต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ ของกลุ่มผู้ติดตาม ถ้าหากว่ากลุ่มผู้ติดตามของ Influencer นั้น ใช่กลุ่มที่เราต้องการหรือไม่? ถ้าใช่ก็เป็นการส่งสารจากแบรนด์ถึงลูกค้าตัวจริงให้ได้มากที่สุด
2.กำหนดงบประมาณ
คุณต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมและชัดเจนเพื่อสามารถรู้ขอบเขตว่า ควรเลือก Influencer แบบไหน เพราะ Influencer นั้นมีหลายระดับ
ดังนั้นเราจึงต้องทำความใจถึงลำดับของ Influencer กันก่อน
1. Nano Influencer ( ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน )
Nano Influencer มีจำนวนที่มาก ราคาในการว่าจ้างจึงไม่สูงมากเท่าไหร่ แต่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีอิทธิพลต่อผู้ติดตามได้ จึงสามารถนำงบประมาณมาว่าจ้างได้หลายคน แบรนด์เล็กๆหรือแบรนด์ที่มีงบจำกัดจึงเลือกใช้ Nano Influencer
2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 – 50,000 คน)
มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เหมาะกับสินค้าหลายๆแบบ โดดเด่นในเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ มีฐานแฟนจากแนวทางของช่องทางหรือคอนเทนต์ที่นำเสนอ และมีผู้ติดตามที่มากขึ้น กระจายคอนเทนต์สู่คนได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น
3. Mid-Tier Influencer (ผู้ติดตาม 50,000 – 100,000 คน)
เป็นลำดับขั้นที่ Influencer มีแนวทางและตัวตนที่ชัดเจนแล้ว จะความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และเนื่องจากผู้ติดตามที่สูงขึ้น จะเป็นที่ต้องการของแบรนด์ต่าง ๆ มากขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน การสร้าง Brand Awareness จึงส่งผลได้ดีพอสมควร
4. Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 – 1,000,000 คน )
ในกลุ่มนี้สามารถสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นกว่าลำดับก่อนหน้านี้ มีความโดดเด่นในเรื่องของการทำคอนเทนต์ที่ชัดเจน การโฆษณาส่วนใหญ่แล้วจะยังคงอยู่ในรูปแบบคอนเทนต์ของตัวเอง มักจะถูกเลือกโดยบริษัทกลางไปจนถึงใหญ่ ราคาจะมีความสูงขึ้นมา
5. Mega Influencer (ผู้ติดตามมากกว่า 1,000,0000 คน)
มักจะเป็นคนที่มีหน้าตามีชื่อเสียงในวงการบันเทิง มีอิทธิพลต่อผู้ติดตามสูงมาก สามารถสร้าง Brand Awareness ในคนกลุ่มมาก จะเหมาะกับแบรนด์ที่ไม่ต้องการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย แต่เน้นเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก ๆ เท่านั้น ทั้งนี้ก็ต้องมีงบประมาณที่สูงมากขึ้นด้วย
หากคุณอาจต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การร่วมงานกับ Mega Influencer ที่มียอดฟอลเกิน 1 ล้าน อาจเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีงบประมาณที่สูงตามเช่นกัน หากคุณมีงบประมาณไม่ถึง ก็สามารถลดระดับของ Influencer ลงมาตามงบประมาณของคุณ
ดัวนั้นการตั้งงบประมาณที่เหมาะสมและชัดเจนนั้น ป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้รู้ขอบเขตว่าควรหา Influencer แบบไหน ต้องวางแผนกลยุทธ์ยังไงที่จะทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จมากที่สุด
3.ตั้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
การวางวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนในแต่ละแคมเปญ ว่าวัตถุประสงค์นั้นวัดผลได้ไหม เพื่อให้เห็นภาพรวมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด และทำให้สามารถ หา Influencer ที่เหมาะกับแคมเปญได้เหมาะสม เช่น หาต้องการสร้าง Brand Awareness คุณควรเลือกระดับ Mid-Tier (มีผู้ติดตาม 50,000-500,000 คน) ขึ้นไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับงบประมาณที่คุณมี
4.อย่าลืมดูยอด Engagement ของ Influencer ที่เราจะเลือก
การเลือก Influencer ที่มียอดฟอลเยอะๆ อาจเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมดูคุณภาพของผู้ติดตาม ยอด Engagement ของ Influencer คนนั้นก็สำคัญเช่นกัน ดูได้จากการกดไลค์ กดแชร์ คอมเมนต์หรืออาจจะเป็นยอดวิว ที่ทำให้เห็นว่าผู้ติดตามของ Influencer นั้นมีคุณภาพ มีส่วนร่วมในคอนเทนต ์อย่างสม่ำเสมอ
5.เลือก Influencer ที่เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณ
จะเลือก Influencer จากยอดฟอลอย่างเดียวคงจะไม่ได้ ต้องดูด้วยว่า Influencer ที่จะเลือกมีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ไหม? การดูภาพลักษณ์ของ Influencer นั้นสำคัญมากๆ เพราะอาจทำให้แบรนดืเสียหายได้จากการที่ไม่เลือกดูให้ดี
6.คอนเทนต์ของ Influencer
นอกจากเรื่องภาพลักษณ์แล้วต้องดูลักษณะและรูปแบบคอนเทนต์ของ Influencer ด้วย เพราะคอนเทนต์ควรมีความสร้างสรรค์ สดใหม่ มีคุณภาพ และสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี และยังคงมีความเป็นเอกลักษณ์ของ Influencer คนนั้นอยู่
7.การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Influencer
การรู้ว่าทัศนคติของ Influencer ที่เราร่วมงานว่าตรงกับทางแบรนด์เราไหม ก็จะสามารถทำงานร่วมกับ Influencer ได้อย่างราบรื่น หนึ่งใน Influencer Marketing Trend ที่เห็นในช่วงนี้ คือการที่แบรนด์กับ Influencer ร่วมมือกันในลักษณะการสนับสนุนกันในระยะยาว เพื่อสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นในช่วงที่สื่อออนไลน์มีอิทธิพลอย่างสูง เพื่อความต่อเนื่องในการสื่อสาร ทำให้ดูน่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นผู้ใช้ตัวจริง ไม่รู้สึกฉาบฉวยและมีความเข้าใจตัวแบรนด์มานาน
8.ตรวจสอบประวัติของ Influencer
ประวัติในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ประวัติส่วนตัว แต่คือ Digital Footprint ว่าเคยมีดราม่าอะไรไหม? หากมีการกระทำใดที่ส่งภาพลักษณ์ที่แย่ หรือ ไม่เป็นที่พอใจต่อฐานลูกค้าของแบรนด์คุณแล้ว สิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสินค้า และแบรนด์ของคุณด้วยเช่นกัน การหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นจะดีที่สุด
จากที่กล่าวมาหวังว่าจะช่วยให้คุณเลือก Influencer ที่ใช่สำหรับแบรนด์คุณได้ เพื่อที่สามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความดังของ Influencer อาจทำให้เป็นที่สนใจของผู้คน แต่ไม่ว่าจะเลือก Influencer ประเภทไหน ก็ควรให้ขึ้นอยู่กับสินค้าและแผนการตลาดที่วางไว้เป็นหลัก เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ และทำให้แผนการตลาดนั้นมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์มากที่สุด
หากสนใจการทำInfluencer Marketing สามารถสอบถามเรายละเอียดบริการเพิ่ม หรือ จองคิวขอคำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การตลาดฟรี ได้ที่ https://lin.ee/12D8DtM